แด่ดวงดาวในดวงใจ

คำนำ

โมหะคือหลุมแรกและหลุมลึกที่สุดของกิเลส
เมื่อมองโลก มองผู้คน มองชีวิตด้วยความหลง ความหลงนั้นก็ย่อมพาเราไปตกหลุมแห่งความโลภ กับหลุมแห่งความโกรธได้อย่างง่ายดาย
ผู้ใดหลงคิดไปว่าตนเองดีกว่า อยู่ในฐานะที่สูงกว่า มีความสามารถมากกว่าแล้วหลงวนอยู่ในโลกมายาที่ตนเองกับเหล่าบริวารสร้างขึ้นห้อมล้อมรอบตัว…ความเขลาก็ย่อมเกิดขึ้นกับคนผู้นั้น
เขลาที่ไม่คิดเปิดตามองสำรวจตนเองและพวกพ้องด้วยสายตาอันเที่ยงตรง เขลาที่มองเห็นลาภยศสรรเสริญสำคัญกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนต่อคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในครอบครัว
หลุมลึกทั้งหลายนี้มีแต่ธรรมะในใจตนเท่านั้นที่จะฉุดให้ตนเองหลุดพ้นขึ้นมาได้ มิใช่มือที่ฉุดดึงของผู้ใดเลย
หากต้องการพบแสงอ่อนอุ่นของดวงตะวันเมื่อยามเบิกฟ้า มนุษย์เราก็ต้องเพียรปีนป่ายให้พ้นจากเงามืดในหลุมลึก…

ตัวอย่าง

หลังอาหาร เครื่องรับวิทยุที่ฉันท์เปิดทิ้งไว้ที่สถานี‘อส.’ก็มีแถลงการณ์เรื่องพระราชธิดาพระเจ้าลูกเธอประสูติ…ขณะนั้นคือเวลา 18.52 นาฬิกา ของวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2498 แล้วอีกไม่นานก็เป็นการถ่ายทอดพระสุรเสียงของทูลกระหม่อมฟ้าหญิงซึ่งเพิ่งประสูติได้สักชั่วโมงกว่า ๆ ให้ประชาชนได้ฟัง ทุกคนแม้กระทั่งฉฎานิ่งฟังด้วยหัวใจอันชุ่มชื่นเบิกบาน…รับรู้ถึงวาระอันน่ายินดีและเป็นมงคลยิ่งนี้ เมื่อการถ่ายทอดสิ้นสุดลงฉันท์ก็สรุป “วันนี้เป็นวันดี…เป็นมงคลที่สุดแล้วที่ตะวันได้กลับมาในวันนี้ ต่อไปนี้ชีวิตก็จะมีแต่ความสุขความสงบ ไม่มีใครมาทำให้เดือดร้อนวุ่นวายได้ละ” ใช่! ควรจะเป็นเช่นนั้น…คุณวันนึกต่ออยู่ในใจ…ถ้า‘ใคร’คนที่คือแม่แท้ ๆ ของตะวันวาดจะไม่มาก่อเรื่องอีกครั้ง!
ปล.อาเอียดเปิดเรื่องที่วันประสูติของสมเด็จพระเทพฯของเราค่ะ ขณะนั้นตะวันวาดอายุ 15 ปี คุณวันก็คือคุณย่าแม่วันนั่นเอง

โฮมเพจนี้ มิใช่โฮมเพจที่เป็นทางการ จัดทำขึ้นเพื่อมีเจตนาเผยแพร่ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณปิยะพร ศักดิ์เกษมและผลงานของเธอ 
มิได้ทำขึ้นเพื่อการค้าหรือผลประโยชน์อื่นใด ลิขสิทธิ์ของงานที่อ้างถึงและอ้างอิงยังเป็นของเจ้าของงานเช่นเดิม