รากนครา

ด้วยดวงจิตที่มุ่งมั่ง จักฝ่าฟันเพื่อหน้าที่และยอมพลีเพื่อความรัก
..ไม่ว่าจะยึดมั่นกับหน้าที่สักปานใด
แต่ดวงใจที่อ่อนละมุนก็มิอาจปฏิเสธอานุภาพรักอันยิ่งใหญ่ได้

ลงพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทย ปีที่ 43 ฉบับที่ 2194 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2539

คํ า นํ า

หากบ้านเมืองและสังคมเป็นเช่นไม้ใหญ่ มีประดาปราชญ์ราชเมธี วีรบุรุษวีรสตรี เป็นประดุจดอกผลให้ชื่นชม
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีใครสักกี่คนที่หวนระลึกถึงคนหลายคนผู้ต้องกลบฝังความต้องการ ชีวิต และหัวใจของตนเองไว้ภายใต้ภาระหน้าที่แห่งการค้ำจุนบ้านเมืองและสังคม
ดุจเดียวกับ ‘ราก’ ต้องฝังตัวอยู่ใต้พื้นพิภพ เพื่อค้ำจุน กิ่ง ใบ และลำต้นอันตระหง่านงาม
…ผู้คนเหล่านั้นก็เป็นดั่ง ‘ราก’ แห่ง ‘นครา’…

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเลือกยืนอยู่ตรงจุดไหน… อาสาก้าวออกสู่แนวหน้าหรือเพียรพยายามดึงรั้งอดีตไว้… ทั้งสองด้านล้วนต้องบาดเจ็บเสมอกัน
ทว่า โลก ผู้คน รวมทั้งสังคมต้องเปลี่ยนแปลง…ก็ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่เป็นความจริงแท้ จะดำรงอยู่ตลอดไป ไม่มีผู้ใดสามารถยับยั้ง
หน้าที่ของมนุษย์จึงไม่ใช่ทั้งการผลักดันหรือฉุดดึง
แต่เป็นการปล่อยวางและตั้งรับอย่างมีสติเท่านั้น

คํ า โ ป ร ย

“ขอฟ้าพร่างดาวเป็นพยาน ข้าเจ้าจะทำทุกสิ่งเพื่อแผ่นดิน”
เธอดุจดั่งรากไม้
ที่กลบฝังสิ่งที่ใจเพรียกหาไว้
ภายใต้ภาระหน้าที่แห่งนครา
แต่ด้วยกลิ่นหอมกำจายอบอวลของความรัก
บางครั้งเธอจึงปล่อยใจให้เลื่อนไหล
หลุดลอยไปตามกระแสรัก
บางคราเธอจึงหลอมรวมกับความสุข
ที่ไม่เคยสัมผัส
เมื่อภาระหน้าที่ถูกทวงถาม
ระหว่างจะหวนกลับไปเป็นรากค้ำจุนนครา
หรือจะก้าวผ่าน
ประตูบานใหม่นี้
ไปสู่อ้อมกอดของคนรัก
เป็นความเจ็บช้ำร้าวรานใหญ่หลวง
แต่เธอก็ยินดีเสียสละ
เพื่อความสุขใจชั่วนิจนิรันดร์

โฮมเพจนี้ มิใช่โฮมเพจที่เป็นทางการ จัดทำขึ้นเพื่อมีเจตนาเผยแพร่ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณปิยะพร ศักดิ์เกษมและผลงานของเธอ 
มิได้ทำขึ้นเพื่อการค้าหรือผลประโยชน์อื่นใด ลิขสิทธิ์ของงานที่อ้างถึงและอ้างอิงยังเป็นของเจ้าของงานเช่นเดิม